แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กนกวรรณ ศรีละออง 5131601221 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กนกวรรณ ศรีละออง 5131601221 แสดงบทความทั้งหมด

พันธมิตรรุมชาวบ้าน


คลิป ช่อง7 จับช็อตเด็ด พธม.นับร้อยรุมกระทืบชาวบ้าน พอรู้ตัวเจอกล้องจับรีบหาผ้าใบมาปิดกล้อง จาก Seedang.com


สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีนำเสนอข่าวในช่วง"ภาพเด็ด7สี" ในเวลา17.35 น.วันนี้ (17ก.ย.) นำเสนอข่าวโดยนรากร ตินายน ว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาทีมข่าวช่อง7ตระเวนไปที่สะพานมัฆวานฯพบกลุ่มพันธมิตรรุมกระทืบชายคนหนึ่ง ซึ่งในภาพเห็นกำลังร้องขอชีวิตและชูมือขึ้นเพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะที่วินมอเตอร์ไซค์ที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาบอกช่างภาพช่อง7สีว่า ให้ไปแจ้งตำรวจมาช่วยผู้เคราะห์ร้ายหน่อย เพราะคนๆเดียวถูกคนนับร้อยรุมทำร้ายร่างกาย และเห็นมีพวกม็อบคนหนึ่งแบกกล่องกีตาร์เข้าไปในที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์เชื่อว่าเป็นการนำปืนยาวใส่กล่องไป อาจเกิดเหตุร้ายได้ ช่อง 7 สีรายงานว่าเมื่อกลุ่มพันธมิตรเห็นว่าช่อง7สีกำลังจับภาพการรุมทำร้ายผู้เคราะห์ร้ายในระยะไกล แทนที่จะยุติการกระทำต่อเหยื่อ แต่กลับพากันยกผ้าใบสีน้ำเงินขึ้นมาปิดกั้นการถ่ายภาพของกล้อง ซึ่งในช่วงที่มีการรายงานข่าวยังไม่มีรายละเอียดว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นใคร และเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ที่มา : http://www.seedang.com/stories/32053

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง

5131601221

การตูนมาแว้วจร้า




ที่มา : http://www.thairath.co.th/showcartoon.php?cat=927

นางสาวกนกนวรรณ ศรีละออง
5131601221

เท็กซัสอ่วมเจอไอค์ถล่ม



ไอค์ทำอ่วม : ภาพความเสียหายจากน้ำท่วมเนื่องจากสตอร์มเซิร์ชในรัฐหลุยเซียนา หลังจากถูกเฮอริเคนไอค์พัดถล่ม ขณะที่บริษัทประกันประเมินความเสียหายโดยคาดว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยราว 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(เอพี)

เฮอริเคนไอค์ถล่มเท็กซัส-หลุยเซียนา สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง บริษัทประกันประเมินค่าชดเชยสูงถึง 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่โรงกลั่น 17 แห่งต้องหยุดทำการ ขณะที่ประธานาธิบดีบุชประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลกลางระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่

เท็กซัส(เอพี/บีบีซี/ซีเอ็นเอ็น)-นายริค เพอร์รี่ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ประกาศระดมความช่วยเหลือและหน่วยกู้ภัยไปยังพื้นที่ประสบภัยในรัฐเท็กซัสครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางเรือและภาคพื้นดิน หลังพายุเฮอริเคนได้พัดถล่มรัฐเท็กซัสและชายฝั่งรัฐหลุยเซียน่า เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนนับแสนคนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่เนื่องจากไม่ยอมอพยพตามคำสั่งของทางการ แม้ว่าจะมีคำเตือนว่าความรุนแรงของพายุลูกนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยบนเกาะกัลเวสตัน คาดว่ามีประชาชนอีก 20,000 คนที่ไม่สามารถอพยพได้ทัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปถึงพื้นที่และเข้าตรวจสอบและหาผู้ประสบภัยตามบ้านเรือนแต่ละหลังแล้ว ทั้งนี้มีรายงานว่าอาคาร 17 แห่งบนเกาะแห่งนี้พังเสียหายจากทั้งไฟไหม้ ลมกรรโชกแรง และสตอร์มเสิร์ช หรือน้ำทะเลยกตัวสูงโดยมีคลิ่นสูงกว่า 4 เมตร เขาถล่มชายฝั่ง

ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน ขณะที่เฮอริเคนไอค์ได้อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแล้วและเคลื่อนตัวผ่านไปยังรัฐอาร์คันซอแล้ว ขณะที่ทางการได้เตือนให้ประชาชนในรัฐโอกลาโฮมา รัฐอาร์คันซอ รัฐมิสซูรี่ รัฐอินเดียน่า และรัฐมิชิแกน เตรียมรับมือกับพายุฝนอันรุนแรง

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ประกาศให้รัฐเท็กซัสและหลยเซียนาเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว เพื่อเปิดทางให้มีการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่

ที่มา:http://www.naewna.com/news.asp?ID=123207

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

10 ข้อเท็จจริงของแซราห์ เพลิ่น หลังที่เรารู้จักเธอได้ 10 วัน (วิจารณ์โลก)





"What's the difference between a hockey mom and a pit bull? Lipstick"

“อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างคุณแม่ขาลุยจอมโหด กับหมาพิตบุลน่ะเหรอ? ลิปสติกไงล่ะ”


แซร่าห์ เพลิ่น


จากที่สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน ที่ได้รับเลือกจากนายจอห์น แมคเคน ให้เป็นพาร์ตเนอร์ลงชิงชัยในตำแหน่
งรองประธานาธิบดีสหรัฐของพรรครีพับลิกัน ตอนนี้ใครต่อใครก็ได้รับรู้จักกับตัวตนบางส่วนของผู้ว่าการรัฐอะแลสก้าคนนี้กันไปบ้างแล้ว

และนี่คือข้อเท็จจริง 10 ประการเกี่ยวกับผู้ว่าการรัฐอะแสสก้า ที่หาญกล้าประกาศตนพร้อมทำหน้าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐ หรือแม้แต่รองประธานาธิบดี หากคุณปู่แมคเคนวัย 72 ปีเป็นอะไรไปเสียก่อน เพราะ
ตอนนี้ เธอไม่ใช่นักการเมืองโนเนมในสายตาของใครต่อใครอีกแล้ว

1. เพลิ่นวัย 44 ปี มีลูกแล้ว 5 คน ชื่อแทร็ค, บริสทอล, วิลโลว์, ไพเพอร์ และทริก แพ็กซั่น ฟาน เพลิ่น ตามรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ แทร็คเป็นชื่อของโค้งน้ำที่อุดมไปด้วยปลาแซลม่อน ที่ครอบครัวของเธอมักจะไปตกปลากันนอกชายฝั่งเมืองดิลลิ่งแฮม เขาเตรียมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อิรักในเร็วๆ นี้ บริสทอลมาจากชื่ออ่าวบริสทอล ซึ่งอุดมไปด้วยปลาแซลม่
อนเช่นกัน วิลโลว์เป็นชื่อของนกวิลโลว์ ทาร์มิแกน นกประจำรัฐอะแลสก้า ชื่อของไพเพอร์มาจากชื่อเครื่องบินเล็กของครอบครัว ส่วนชื่อทริก (Trig) เป็นภาษานอร์วีเจียน แปลว่าได้รับชัยชนะอย่างกล้าหาญ

2. แว่นตาไร้กรอบที่นางเพลิ่นสวมใส่เป็นเอ
กลักษณ์ บริษัท มาซูนางะ ออพติคัล แมนูแฟคเจอริ่งในญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตแว่นตา รุ่น MP-704 ที่นางเพลิ่นสวมใส่อยู่ เป็นแว่นตากรอบไทเทเนียมไร้ขอบ ได้รับการออกแบบโดย คาซูโอะ คาวาซากิ ในแต่ละปี บริษัทมาซูนางะ ออพติคัล จะขายกรอบแว่นรุ่นนี้ได้ประมาณ 6,000-7,000 อันทั่วโลก โดยกรอบแว่นรุ่นนี้ จะขายที่ญี่ปุ่น ในราคา 33,600 เยน หรือประมาณ 10,600 บาท ส่วนราคาเลนส์คิดแยกต่างหาก ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สวมใส่ นับตั้งแต่พรรครีพับลิกันเปิดตัวนางเพลิ่น ประกอบกับกระแสเลือกตั้งสหรัฐที่กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ส่งผลให้แว่นตารุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับทรงผมของเพลิ่นที่สาวๆ พากันแห่ไว้ทรงผมเลียนแบบกันยกใหญ่

3. แมคเคนชื่นชอบเพลิ่นเป็นการส่วนตัว เนื่องจากเธอเป็นลูกค้าที่จับจ่ายซื้อของในห้างวอลล์มาร์ตอยู่เป็นประจำ แถมเธอยังเคยเป็นประธานในพิธีแต่งงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของวอลล์มาร์ต ที่ห้างวอลล์มาร์ต ในเมืองวาซิลล่า ที่เธอเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อปี 2542 อีกต่างหาก

4. ปี 2527 ตอนอายุได้ 20 ปี เพลิ่นได้ตำแหน่งมิสวาซิลล่า ก่อนไปคว้าอันดับ 3 ในการประกวดมิสอะแลสก้า แถมยังได้ตำแหน่งนางงามมิตรภาพ ซึ่งในช่วงนั้นเธอยอมรับว่าเคยสูบกัญชาบ้างเวลาไปงานปาร์ตี้ แต่ไม่ถึงกับติดงอมแงม ก่อนจะเลิกไปในที่สุด

5. นางเพลิ่นชื่นชอบการล่ากวางมูส
และตกปลาแซลม่อนเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังเคยบอกว่าอาหารจานโปรดคือปลาแซงม่อนนึ่ง (จิ้มแจ่วด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ) เฟร็ด ทอมสัน อดีตวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเคยพูดถึงนางเพลิ่นว่า เป็นผู้แทนเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ของทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ ที่รู้วิธีการลอกหนังกวางมูสเป็นอย่างดี ขณะที่ซินดี้ ภรรยาของนายแมคแคน ระบุตอนที่กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมใหญ่ของพรรคว่า สามีของเธอ ได้เลือก “คุณแม่ลูก 5 หัวปฏิรูปที่บ้าฮอคกี้ เล่นบาสเป็นบ้าเป็นหลัง ชอบล่ากวางมูส สนุกกับการตกปลาแซลม่อน และพกปืนแน่นกระเป๋าเป็นผู้สมัครคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี”


6. ประมาณ 1 เดือนก่อนจะถึงกำหนดคลอดของทริก ลูกคนที่ห้า เพลิ่นเกิดอาการน้ำเดินระหว่างเข้าร่วมประชุมที่รัฐเท็กซัส แต่เธอก็ยังขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังเดินทางด้วยเครื่องบินกลับมายังอะแลสก้า โดยแวะเปลี่ยนเครื่องที่ซีแอตเทิ่ล ก่อนนั่งรถอีกกว่าชั่วโมงไปคลอดที่โรงพยาบาล (สายการบินอะแลสก้า แอร์ไลน์ อนุญาตให้สตรีมีครรภ์ใกล้คลอดเดินทางด้วยเครื่องบินได้) เพลิ่นบอกกับหมอว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะคลอดลูกเลย แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไร แต่หลังจากคลอดเพียง 3 วัน เพลิ่นก็กลับไปทำงานตามเดิม

7. ระหว่างดำรงตำแหน่
งผู้ว่าการรัฐอะแลสก้า เพลิ่นออกมาขวางแผนการของรัฐบาลกลาง ที่จะสร้างสะพานและเครือข่ายคมนาคมให้ชาวอะแลสก้าที่มีเพียงหยิบมือเดียว เดินทางยังสนามบินด้วยงบประมาณมหาศาล แต่ลึกๆ แล้วเพลิ่นสนับสนุนโครงการดังกล่าว ติดแต่เพียงว่าเป็นเมกกะโปรเจ็คท์ที่ดูจะใช้เงินมากเกินไป เหมือนเป็นการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” จนเมื่อปีที่แล้วที่โครงการดังกล่าวก็ล้มครืน หลังจากรัฐบาลเล็งเห็นแล้วว่าเป็นการใช้เงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า นับตั้งแต่นั้น เพลิ่นก็ดูจะงอนไม่ยอมรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ในอะแลสก้าอีกเลย


8. ยังอยู่ในเรื่องการทำงานสมัยที่เป็นผู้ว่าการรัฐอะแลสก้า เพลิ่นสนับสนุนการประกาศขายเครื่องบินเจ็ตประจำตำแหน่งของผู้ว่าการรัฐคนก่อน ผ่านทางเว็บไซต์อีเบย์ เพื่อลดการใช้จ่ายสิ้นเปลือง ซึ่งจะจริงอยู่ แต่สิ่งที่เพลิ่นไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยก็คือ เครื่องบินที่ว่าขายไม่ออก ผู้ช่วยของเธอเลยต้องไปเร่ขายอยู่ตั้งนานกว่าจะหาคนซื้อได้

9. เนื่องจากเป็นคนชื่นชอบการล่าสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ ทั้งกวางมูส กวางแคริบู เพลิ่นจึงสนับสนุนร่างกฏหมายอนุญาตให้มีการล่าหมาป่าทางอากาศ หรือการนั่งเครื่องบินล่านั่นเอง เพื่อควบคุมประชากรสัตว์นักล่า นอกจากนี้ เธอยังคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลกลาง ที่จะขึ้นบัญชีรายชื่อสัตว์หลายชนิด รวมถึงหมีขั้วโลกและวาฬเบลูก้า เป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับสนับสนุนให้มีการสำรวจและจุดเจาะหาแหล่งน้ำมันดิบ บริเวณนอกชายฝั่งรัฐอะแลสก้า ซึ่งได้รับการคุ้มครองให้เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ในมหาสมุทรอาร์คติก

10. เพลิ่นให้คำนิยามตัวเธอเองว่าเป็น “คุณแม่ขาลุยจอมโหด” หนังสืออัตชีวประวัติของเธอที่ตีพิมพ์และวางจำหน่ายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ใช้ชื่อเรื่องว่า “Sarah: How a Hockey Mom Turned Alaska's Political Establishment on Its Ear” หลายฝ่ายเชื่อว่า การสถาปนาตนเองเป็นคุณแม่ขาลุยจอมโหดของเพลิ่น จะช่วยให้พรรครีพับลิกันได้เปรียบในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะในรัฐที่ยังมีคะแนนคู่คี่สูสีและฐานเสียงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา (swing state) อย่างมิชิแกนและมินเนโซต้า ซึ่งกีฬาฮ็อคกี้ได้รับความนิยม

ก็เหมือนที่เธอกล่าวไว้ในที่ประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ที่ว่า “อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างคุณแม่จอมโหด กับหมาพิตบุลน่ะเหรอ? ลิปสติกไงล่ะ” นั่นเอง

http://www.naewna.com/news.asp?ID=123079

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

"บุช" รับ "เลห์แมน" ล้ม กระทบประชาชน

หลังมีข่าวบริษัทเลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิงส์ อิงค์ สถาบันการเงินอันดับ 4 ของสหรัฐฯ ยื่นเรื่องขอรับการพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลาย ทำให้ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์พุ่งจาก 94.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมาปิดตลาดที่ 95.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐฯ แถลงต่อผู้สื่อข่าว ยอมรับว่า ชาวอเมริกัน รู้สึกวิตกกังวลต่อความเปลี่ยนแปลง และปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการของตลาดหุ้นและตลาดการเงินอย่างเด็ดขาด

ที่มา : http://www.naewna.com/news.asp?ID=123403

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

คลิปสงครามโลกครั้งที่ 1 ในภาพสี


คลิป สงครามโลกครั้งที่ 1 ในภาพสี จาก Seedang.com

ในมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ยังไม่มีภาพสี แต่เทคนิคที่ชื่อ digital re-casting

กำลังจะทำให้ประวัติศาสตร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ในภาพต่างๆในนี้ ที่ใช้ประกอบ แต่งสีขึ้นมาใหม่จากภาพถ่ายจริงโดยใช้ photoshop

ที่มา : http://www.seedang.com/stories/31667

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง

5131601221

Amazing Grace นักการเมืองน่าจะฟัง


แต่งโดย John Newton

ทุกท่านลองฟังดู

ทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับเพลงนี้ค่ะ

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

การ์ตูนมาแว้ว

การตูน โดยคุณทิน
นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

พี่โน๊ตแร็ป(โยงกับการเมืองนิดๆ)

ที่มา : http://www.youtube.com/watch?v=wpYnsbh7iIQ

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง

5131601221

การ์ตูน







นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

เครือข่ายสตรีถวายฎีกา ค้าน'สมัคร'เป็นนายกฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ก.ย.) กลุ่มเครือข่ายสตรี ครอบครัว เยาวชน คนทำงานด้านสังคม และนักธุรกิจเพื่อสังคมประมาณ 200 คน ร่วมลงชื่อท้ายเอกสาร 5 แผ่นยื่นถวายฎีกา คัดค้านการแต่งตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เนื้อหาในเอกสารระบุรายละเอียดความไม่เหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายสมัคร โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักราชเลขาธิการเป็นผู้รับเรื่องไว้
นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว.เชียงราย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าทุกครั้งที่ประเทศประสบภาวะวิกฤต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นที่พึ่งทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ตนไม่ได้มีเจตนาจะทำสิ่งที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท แต่วันนี้ไม่เห็นทางออกของประเทศ และเพื่อเป็นการเตือนสติให้มีการพัฒนามาตรฐานทางศีลธรรม จริยธรรมของนักการเมืองไทย ที่ต้องตัดสินใจทางการเมืองอย่างมีจริยธรรมเห็นแก่ประเทศชาติ อดีต ส.ว.เชียงราย กล่าวอีกว่า อยากให้พลังเงียบในประเทศ แสดงจุดยืน ไม่ควรเพิกเฉย อย่างไรก็ตาม เวลา 19.00น.วันนี้ ทางเครือข่ายจะมีการจุดเทียนสันติภาพที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อให้เกิดแสงสว่างทางปัญญากับทุกฝ่าย และขอไม่ให้ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามนอกจากจะมีหลากหลายเครือข่ายที่เข้าร่วมลงชื่อถวายฎีกา ยังมีกลุ่มคนด้อยโอกาส คนพิการตาบอด ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เข้าร่วมในการลงชื่อถวายฎีกาในครั้งนี้ด้วย
วันเดียวกัน นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่น และเป็นสุข และ อดีต ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะต่างฝ่ายต่างมุ่งเอาชนะซึ่งกันและกัน โดยยึดหลักกูมากกว่าหลักการ ทั้งจะมองผลประโยชน์ตนเองมากกว่าส่วนรวม จึงร้องขอให้ทุกฝ่ายยึดหลักความถูกต้องในสังคม กฎกติกา และยึดกฎหมายเป็นหลัก เชื่อว่าบ้านเมืองจะสงบสุขไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะปัจจุบันหลายฝ่ายยังไม่สามารถทราบว่าการเมืองจะลงเอยอย่างไร เพียงติดตามดูไปวัน ๆ เท่านั้น และมั่นใจว่าทุกคนมีความรักชาติบ้านเมือง และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนทุกคน จึงขอให้ทุกฝ่ายได้หันหน้าเข้าหากัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมจะดีกว่า
นางระเบียนรัตน์ กล่าวอีกว่า สื่อมวลชนมีส่วนสำคัญในการนำเสนอข่าวสารข้อมูลจริง ทั้งซ้ำเติมให้เกิดปัญหา หรือพยุงสถานการณ์บ้านเมืองให้เกิดความสามัคคี คลายความตรึงเครียดให้กับประชาชนที่บริโภคข่าวสารได้หากไม่มีการเลือกข้าง พร้อมยังยอมรับว่าสื่อมวนชนมีบทบาทสำคัญ ขณะที่บ้านเมืองมีความขัดแย้งในสังคมปัจจุบันด้วย


นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

คนไทยติดตามข่าวสารการเมืองอย่างไรบ้าง



แล้วคุณล่ะ ติดตามข่าวสารบ้านเมืองกันอย่างไร
นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

ขำๆ









นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

สมชายนั่งรักษาการนายกฯ รับปากเตรียมเลิกพรก.ฉุกเฉิน



พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ รักษาการ โฆษกสำนักนายกคณะรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการ นัดพิเศษ ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ใช้เวลาประมาณ กว่า 1 ชั่วโมง ว่า มีวาระสำคัญ ครม.เห็นชอบให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทำหน้าที่รักษาการ นายกรัฐมนตรี และ รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างรอแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดย ครม. มีหลักในการปฏิบัติว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ ส่วนเรื่องที่เป็นนโยบายและมีผลผูกพัน ครม.ชุดใหม่ ไม่ควรพิจารณา สำหรับเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน และเรื่องที่ต่อเนื่องให้พิจารณาดำเนินการเป็นเรื่องๆไป นอกจากนี้ ให้มีการประชุม ครม.ต่อไปตามปกติ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง ครม.ชุดใหม่ การประชุมครม.ครั้งต่อไปวันอังคารหน้าจะประชุมที่ กองบัญชาการกองทัพไทย เช่นเดียวกับวันนี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อกรณี นายสมัคร สุนทรเวช อดีต นายกรัฐมนตรี ที่พ้นหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยนั้นตามกฎหมายกระทรวงกลาโหม หาก รัฐมนตรีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่แทน ไม่มีการแต่งตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในขณะนี้ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประทศนั้น มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้ว รอการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ระหว่างนี้ ให้นายสหัส บัณทิตกุล รักษาการ รองนายกรัฐมนตรี ดำเนินการในหน้าที่ รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปก่อน

พล.ต.ท.วิเชียรโชติ กล่าวต่อกรณีข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล ประมาณ 3,000 คน ที่ต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ตามสถานที่แตกต่างกันไป เนื่องจากมีประชาชนกลุ่มหนึ่งยึดทำเนียบรัฐบาลไว้ นายสมชาย ในฐานะ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดหาสถานที่ทำงานให้ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้สถานที่การท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ส่วนการยกเลิกประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการ (พ.ร.ก.) ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยรักษาการนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาต่อไป การประชุมครม.วันนี้ยังไม่มีมติ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า ต้องรอหารือกันในที่ประชุมพรรคพลังประชาชนพรุ่งนี้ ส่วนการแถลงของพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรคในเวลา 13.30 น. พรุ่งนี้ จะแถลงถึงทิศทางการทำงานเท่านั้น


นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

คนดีไม่ขายเสียงนะค่ะ

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221

เปิดคำพิพากษาศาลรธน. ผลัก"หมัก"ตกเก้าอี้นายกฯ ชี้ชัดส่อพิรุธ ทำหลักฐานย้อนหลัง ปกปิดค่าตอบแทน





เปิดคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ กรณี "สมัคร" จัดรายการ "ชิมไปบ่นไป" และรายการ "ยกโขยงหกโมงเช้า" ศาลฯ ระบุชัดมีการทำหลักฐานย้อนหลัง ส่อพิรุธ ตั้งใจปกปิดเกี่ยวกับค่าตอบแทน ตัดสินทำผิดจริงขัดต่อ มาตรา 267 ส่งผลให้ต้องพ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 กันยายน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ ส.ว.จำนวน 29 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ร้องที่ 1-2 ตามลำดับ เพื่อขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และมาตรา 267 ประกอบ 182 วรรคสาม และมาตรา 91 กรณีการจัดรายการ "ชิมไปบ่นไป" และรายการ "ยกโขยงหกโมงเช้า" ดังนี้





หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจง การแก้ข้อกล่าวหา เอกสารประกอบ พยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง และคำเบิกความจากพยานบุคคลแล้ว เห็นว่าคดีทั้ง 2 มีพยานหลักฐานที่เพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ โดยมีการกำหนดประเด็นที่พิจารณาวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้อง สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรค 1 (7) ประกอบมาตรา 267 เพราะเหตุผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งใดในบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่มุ่งหาผลประโยชน์ กำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวหรือไม่



มีปัญหาประการแรกที่ต้องวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องเป็นลูกจ้างของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดหรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 ซึ่งบัญญัติห้ามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นลูกจ้างของบุคคลใด เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นไปโดยชอบ ป้องกันมิให้เกิดการกระทำที่เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดสถานการณ์ขาดจริยธรรมซึ่งยากในการตัดสินใจทำให้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์สาธารณะ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์สาธารณะ ฐานขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ จึงขัดกันในลักษณะที่ประโยชน์ส่วนตัว จะได้มาจากการเสียไปซึ่งประโยชน์สาธารณะ

การทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวบรรลุผล จึงไม่ใช่แปลความคำว่า "ลูกจ้าง" ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 เพียงหมายถึงลูกจ้างตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือตามกฎหมายภาษีอากรเท่านั้น เพราะกฎหมายแต่ละฉบับย่อมมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งแตกต่างกันไปตามเหตุผล และการบัญญัติกฎหมายนั้นๆ ทั้งกฎหมายดังกล่าวก็ยังมีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ และยังมีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันการกระทำที่เป็นการกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์แตกต่างจากกฎหมายดังกล่าวอีกด้วย
อนึ่ง รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์การปกครองประเทศ เนื่องจากตั้งรับรองสถานะของสถาบันและสิทธิและเสรีภาพของประชาชน กำหนดพื้นฐานการดำเนินการของรัฐ เพื่อให้รัฐได้ใช้เป็นหลักใช้ปรับกับสภาวการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์
ดังนั้น คำว่าลูกจ้างตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 จึงมีความหมายกว้างกว่าคำนิยามของกฎหมายอื่น โดยต้องแปลตามความหมายทั่วไป ซึ่งตาม พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของคำว่าลูกจ้างว่า หมายถึงผู้รับจ้างทำการงานผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร โดยมิคำนึงถึงว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หรือได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง สินจ้าง หรือค่าตอบแทนในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินอย่างอื่น หากมีการตกลงเป็นผู้รับจ้างทำการงานแล้ว ย่อมอยู่ในความหมายของคำว่าลูกจ้าง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 ทั้งสิ้น

มิฉะนั้นผู้เป็นลูกจ้างหรือผู้ที่รับจ้างรับค่าจ้างเป็นรายเดือนในลักษณะสัญญาจ้างแรงงาน เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีก็สามารถทำงานต่อไปได้ โดยเปลี่ยนค่าตอบแทนจากค่าจ้างรายเดือน มาเป็นสินจ้างตามการทำงานที่ทำ เช่น แพทย์เปลี่ยนจากเงินเดือนมาเป็นค่ารักษาตามจำนวนคนไข้ ที่ปรึกษากฎหมายก็เปลี่ยนจากเงินเดือนมาเป็นค่าปรึกษาหรือค่าทำความเห็นมาเป็นรายครั้ง ซึ่งก็ยังผูกพันกันในเชิงผลประโยชน์กันอยู่ระหว่างเจ้าของกิจการกับผู้ที่รับทำงานให้ เห็นได้ชัดเจนว่ากฎหมายย่อมไม่มีเจตนารมณ์ให้หาช่องทางหลีกเลี่ยงให้ทำได้โดยง่าย

ข้อเท็จจริงได้จากการไต่สวนผู้ถูกร้อง หลังจากผู้ถูกร้องเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ผู้ถูกร้องยังเป็นพิธีกรในรายการ "ชิมไปบ่นไป" และ "ยกโขยงหกโมงเช้า" ให้กับ บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เมื่อพิเคราะห์ถึงลักษณะกิจการงานที่บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด
ได้กระทำร่วมกันกับผู้ถูกร้องมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายปี โดยบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เพื่อมุ่งค้าหากำไร ไม่ใช่เพื่อการกุศลสาธารณะ และผู้ถูกร้องได้รับค่าตอบแทนอย่างสมฐานะ และภารกิจเมื่อได้กระทำในระหว่างที่ผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำและนิติสัมพันธ์ที่อยู่ในขอบข่ายที่มาตรา 267 ประสงค์จะป้องปรามเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับภาคธุรกิจเอกชนแล้ว ทั้งยังปรากฏจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้ถูกร้องในหนังสือ "สกุลไทย" ฉบับที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2544 หน้า 37 อีกด้วยว่า การทำหน้าที่พิธีกรกิตติมศักดิ์รายการโทรทัศน์ "ชิมไปบ่นไป" ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10.30-11.00 น. ทางสถานีไอทีวี ผลิตรายการโดยบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดนั้น ผู้ถูกร้องได้รับเงินเดือนจากบริษัทเดือนละ 8 หมื่นบาท

สำหรับหนังสือของ นายศักดิ์ชัย แก้ววรรณีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ที่มีถึงผู้ถูกร้องลงวันที่ 15 ธันวาคม 2550 ปรึกษาว่าผู้ถูกร้องจะดำเนินการอย่างไรในการเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการ "ชิมไปบ่นไป" และหนังสือของผู้ถูกร้องมีถึงนายศักดิ์ชัย ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2550 แจ้งว่าผู้ถูกร้องจะทำให้เปล่าๆ โดยไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นค่าน้ำมันรถเหมือนอย่างเคยนั้น ผู้ถูกร้องไม่เคยแสดงหนังสือทั้ง 2 ฉบับนี้มาก่อนจะถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งเรียกให้ชี้แจง โดยผู้ถูกร้องชี้แจงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 และยังคงยืนยันเสมือนว่าก่อนเดือนธันวาคม 2550 ผู้ถูกร้องได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าน้ำมันรถเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของนางดาริกา รุ่งโรจน์ พนักงานบัญชีของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด และหลักฐานทางภาษีอากรดังกล่าวข้างต้น ที่ว่าก่อนหน้านั้นผู้ถูกร้องได้รับค่าจ้างแสดง ไม่ใช่ค่าน้ำมันรถ อันเป็นข้อพิรุธ ส่อแสดงว่าเป็นการทำหลักฐานย้อนหลัง เพื่อปกปิดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับค่าตอบแทนของผู้ถูกร้อง
ทั้งผู้ถูกร้องเองเบิกความว่าผู้ถูกร้องไม่ได้รับค่าน้ำมันรถ และค่าใช้จ่าย น่าจะเป็นการนำเงินไปให้คนขับรถมากกว่า ก็ขัดแย้งกับคำชี้แจงของผู้ถูกร้อง ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ที่ให้การว่า การที่ผู้ถูกร้องได้รับเชิญไปในรายการ "ชิมไปบ่นไป" น่าจะได้รับค่าพาหนะ โดยค่าพาหนะจะได้รับเฉพาะเมื่อไดไปออกรายการเท่านั้น ถ้าไม่ไปออกรายการตามที่เชิญมากก็ไม่ได้รับค่าพาหนะ จึงรับฟังเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้

พยานหลักฐานทั้งหมดมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ผู้ถูกร้องทำหน้าที่พิธีกรในรายการ "ชิมไปบ่นไป" หลังจากเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยผู้ถูกร้องยังคงได้รับค่าตอบแทนที่มีลักษณะเป็นทรัพย์สินจากบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด ดังนั้น การที่ผู้ถูกร้องเป็นพิธีกรให้แก่บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด จึงเป็นการรับจ้างการทำงานตามความหมายของคำว่า "ลูกจ้าง" ตามนัยแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 แล้ว
กรณีถือได้ว่าผู้ถูกร้องเป็นลูกจ้างของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เป็นการกระทำอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7)

อนึ่ง มีตุลาการรัฐธรรมนูญ 6 คน เห็นว่าผู้ถูกร้องเป็นลูกจ้างของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เป็นการกระทำอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในปัญหาว่าผู้ถูกร้องดำรงตำแหน่งใดในบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดหรือไม่อีก ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก 3 คน เห็นว่าการเป็นพิธีกร การใช้ชื่อรายการ "ชิมไปบ่นไป" และใช้รูปใบหน้าของผู้ถูกร้องในรายการของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เป็นการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น ในลักษณะที่เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ดังนั้น การกระทำของผู้ถูกร้องให้แก่บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด จึงเป็นการดำรงตำแหน่งในห้างหุ้นส่วน โดยมุ่งหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน และไม่จำต้องวินิจฉัยในปัญหาว่า ผู้ถูกร้องเป็นลูกจ้างบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เป็นการกระทำอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 หรือไม่อีก

อาศัยเหตุผลข้างต้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ จึงวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 มีผลให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีผู้ถูกร้องกระทำการอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 จึงเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 180 วรรคหนึ่ง (1) แต่ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีเป็นการสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ทำให้รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีที่เหลือ จึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181

ที่มา: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1220970089&grpid=04&catid=17

คุณคิดอย่างไรกับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง

5131601221

มาคลายเครียดด้วยการ์ตูนกันบ้างดีกว่า

นางสาวกนกวรรณ ศรีละออง
5131601221